โหดจริง “บาเยิร์น” เปิดรังย้ำแผล “เชลซี” 4-1 ลิ่ว 8 ทีม ชปล.

โหดจริง “บาเยิร์น” เปิดรังย้ำแผล “เชลซี” 4-1 ลิ่ว 8 ทีม ชปล.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ufa1688

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป ufa1688

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 ufa1688

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหด เปิดรังขย้ำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 4-1 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยนัดแรก บาเยิร์นฯ บุกไปชนะมาได้ก่อน 3-0

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“นอยเออร์” ลั่นบาเยิร์นชุดนี้ ดียิ่งกว่ายุคคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 7 ปีก่อน
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 10 บาเยิร์นฯ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โดน วิลลี กาบาเยโร นายด่านเชลซีทำฟาวล์ VAR การันตีเป็นจุดโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพา บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0

ต่อมานาทีเดียว บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกทีจากการยิงไกลของ แซร์จ กนาบรี แต่บอลตรงตัว วิลลี กาบาเยโร

จากนั้นนาทีที่ 24 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิวาน เปริซิช ซัดแทงเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย

และในนาทีที่ 26 เชลซี เกือบตีไข่แตกจากจังหวะที่ เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากบอลแหวกแนวรับมาทางฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบเสือใต้ ปัดออกไปได้

นาทีที่ 29 เชลซี ชวดได้ประตูจากจังหวะที่ แทมมี อับราฮัม จ่ายให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลโค้งหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ แทงมุมเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ VAR มองว่า อับราฮัม ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ถึงนาทีที่ 44 เชลซี ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 เอเมอร์สัน พัลเมรี กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้ากลาง มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกมาเข้าทาง แทมมี อับราฮัม ซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ เชลซี อยู่ 2-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 61 บาเยิร์นฯ น่าบวกสกอร์เพิ่มสุดๆ เมื่อ อัลฟอนโซ เดวีส์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู โธมัส มุลเลอร์ แปจ่อๆ บอลกระดอนพื้นผ่านคานออกไปเฉยเลย เจ้าตัวถึงกับหัวเสียเดินไปเตะเสาประตูและตะโกนลั่นด้วยความเสียดาย

ถึงนาทีที่ 75 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ โกรองแตง โตลิสโซ ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 บาเยิร์นฯ หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ขึ้นโขกเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาเยิร์น มิวนิก เปิดบ้านชนะ เชลซี 4-1 สกรอ์รวม 2 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 7-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ไปเจอกับ บาร์เซโลนา

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, โจชัว คิมมิช, อัลฟอนโซ เดวีส์, ติอาโก อัลคันทารา, เลออน โกเรตซ์กา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เชลซี: วิลลี กาบาเยโร (GK), รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูมา, อันเดรียส คริสเตนเซน, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, มัตเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, เมสัน เมาท์ และ แทมมี อับราฮัม.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *